บทนำ
หวานพี่ขอโทษทีนะ พี่จำเป็นจริงๆ เอาเป็นว่าไปอยู่อพาร์ตเมนต์ของคุณเมฆก่อนแล้วกันนะ แล้วไว้รอพี่กลับไปพี่จะจัดการเรื่องซื้อคอนโดให้หวานแล้วกัน พี่แป๊บเดียว หนึ่งอาทิตย์เท่านั้นแหละ
ระหว่างทางการนั่งรถแท็กซี่กลับมาจากสนามบิน ญรินดาก็คิดไปถึงคำพูดของพี่สาว ญาติเพียงคนเดียวของเธอ ที่ไม่ได้อยู่ต้อนรับอย่างที่เคยรับปากไว้ เพราะจำเป็นต้องไปทำงานที่ต่างประเทศพร้อมกับสามี(คนใหม่)แต่อย่างน้อยก็ไม่ลืมที่จะทิ้งที่ซุกหัวนอนชั่วคราวไว้ให้เธอ!
คุณครับ ถึงแล้ว เสียงเรียกของคนขับดึงให้เธอหลุดออกจากห้วงความคิด ใบหน้าสวยได้รูปชะเง้อมองมิเตอร์ จ่ายเงินแล้วเปิดประตูก้าวลงจากรถโดยไม่ลืมที่จะหยิบสัมภาระที่เธอพกติดตัวมาเพียงเล็กน้อยนั้นติดมือมาด้วย
มือเรียวบางดันประตูรถปิดเบาๆ ก่อนจะเงยหน้ามองตึกอพาร์ตเมนต์ที่สูงพอสมควรที่อยู่ตรงหน้า ก่อนร่างระหงจะออกตัวเดินเข้าไปในตัวตึก
อีกด้านหนึ่ง... ในห้องสี่เหลี่ยมอย่างอพาร์ตเมนต์ทั่วไป ทว่ากลับกว้างสมราคานั้น มีร่างหนาของบุรุษกับร่างอวบอัดของสตรีผู้หนึ่งกำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอยู่บนเตียงนุ่มขนาดใหญ่
อืม... เสียงของหญิงสาวที่ร้องออกมาด้วยความรัญจวนใจเมื่อรู้สึกถึงสัมผัสร้อนแรงที่ถูกส่งมอบมาจากชายหนุ่มเหนือร่างตน
ใจเย็นๆ นะที่รัก เสียงแหบพร่าเอ่ยออกมาแผ่วเบา ก่อนร่างสูงจะถอยตัวออกมาเล็กน้อย เพื่อปลดเปลื้องพันธนาการที่ขวางกั้นอยู่
กางเกงยีนส์มียี่ห้อถูกปลดลงกองที่พื้นพร้อมกับเจ้าผ้าชิ้นไม่เล็กไม่ใหญ่ที่ผู้ชายเขาใส่กันเพื่อไม่ให้เป็นไส้เลื่อน ก่อนร่างสูงจะโถมตัวเข้าไปหาหญิงสาวตรงหน้าอีกครั้ง...
บทที่ 1 ความประทับใจตั้งแต่แรกเจอ...(เหรอ?)
ญรินดา เอื้อมอมร หรือหวาน หญิงสาววัย 22 ปี ผู้เป็นเจ้าของผิวขาวนวลเนียน และใบหน้าที่สวยได้รูป ปากนิด จมูกหน่อยอย่างคนน่ารัก ยืนนิ่งพิงลิฟต์ของตึกที่กำลังเคลื่อนที่ไปยังชั้นที่เป็นเป้าหมายอย่างรวดเร็ว
ทันทีที่ลิฟต์ดังขึ้นซึ่งแสดงถึงว่าได้ถึงชั้นที่เธอต้องการแล้วนั้น ร่างบางก็คว้ากระเป๋าเดินทางใบย่อม พร้อมกับก้าวออกจากลิฟต์ ก่อนจะเหลือบมองไปทางป้ายบอกที่อยู่ของห้องต่างๆ ทันที
1475 - 1480
ทันทีที่เธอเจอป้ายที่บอกถึงที่อยู่ของห้อง ญรินดาก็ไม่ลังเลที่ก้าวไปตามทิศทางของป้ายในทันที ก่อนที่เธอจะมองหาห้องหมาย 1478 ไปเรื่อยๆ ตลอดทางการเดิน
ทำไมห้อง1480 มาอยู่ตรงข้ามกับห้อง1479 แทนที่จะเป็นห้อง1478นะ?
ญรินดาถามตัวเองในใจ เมื่อเห็นว่าห้อง1480ที่ควรอยู่ในสุดกลับมาอยู่ด้านนอกเสียแทน แล้วเมื่อเธอไปจนสุดท้ายก็พบทางเลี้ยวเข้าไปในทางเล็กๆ ที่ไม่ลึกมากนัก แล้วเธอก็พบจุดหมายปลายทาง
ป้ายหมายเลขห้องที่แขวนอยู่ทำให้หญิงสาวกระตุกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยตามสัญชาตญาณ ก่อนเรียวขาระหงจะออกตัวก้าวเดินเข้าไปหาประตูไม้เรียบง่ายที่แขวนหมายเลข1478 ในทันที
เอี๊ยด เอี๊ยด... อะ...อ๊ะ...อา....
เสียงครางกับเสียงเร่งเร้าของบุคคลข้างในทำให้ญรินดาเดาได้ไม่ยากนักว่าเป็นเสียงของเพศใด แต่ทำไมพวกเขาถึงมาอยู่ในห้องนี้แล้วกำลังทำอะไรกันแน่
เธอไม่รอให้ความสงสัยของเธอค้างคา มือบางบิดลูกบิดประตูอย่างเบามือ ก่อนจะแนบดวงตาคู่สวยเข้าไปมองให้ช่องเล็กๆ ระหว่างบานประตู ภาพที่เธอพบก็สร้างความตกใจไม่น้อยให้แก่เธอ เสียงต่างๆ ที่เกิดขึ้นในวิ่งเข้ามาในหูเธอชัดเจนมากขึ้น ดวงตาคู่สวยเบิกกว้าง มองชายหญิงสองคนบนเตียงที่ไม่ต้องบอกเธอก็พอรู้ว่าทำอะไรอยู่
ใกล้...ใกล้ถึงแล้ว...อะ... เสียงของหญิงสาวร่างอวบอัดที่อยู่ใต้ร่างหนาหวีดร้องสุดเสียง ก่อนการเคลื่อนไหวทั้งหมดของเธอจะหยุดลง พร้อมกับสายน้ำอุ่นที่ชายหนุ่มปลดปล่อยออกมา
พสุธาถอนร่างกายออกมา มือหนาเอื้อมลงต่ำไปถอดเครื่องป้องกันการตั้งครรภ์และโรคติดต่อทางเพศออก ก่อนเขาจะก้าวลงจากเตียงหนานุ่มโดยไม่เหลียวแลหญิงสาวอีกคนที่นอนบนเตียงเลย แล้วฉับพลันนั้นที่เขาหันตัวกลับหมายจะเดินเข้าห้องน้ำ ดวงตาคมก็ดันไปสะดุดกับแสงวาววับที่สะท้อนเข้าตาโดยบังเอิญ
ทันทีที่ญรินดารู้สึกถึงสายคมกล้าที่มองตรงมา เธอก็รู้ได้ในทันทีว่าเขาเริ่มเอะใจแล้ว และทันใดนั้น ร่างสูงก็คว้ากางเกงยีนส์ที่ตกอยู่ใกล้ตัวขึ้นมาสวม ก่อนจะเดินตรงมาช้าๆ ญรินดาไม่รออะไรอีกแล้ว ก็ถอยออกมาจากบานประตูช้าๆ ก่อนจะหันหลังกลับ แล้วทันใดนั้น...
กรี๊ด... หญิงสาวหวีดร้องเสียงดังด้วยความตกใจ เมื่อรู้สึกถึงบางสิ่งบางอย่างที่กำลังล็อกเข้าที่ลำคอของเธอ ร่างบางใช้มือของตนจับยึดสิ่งนั้นเพื่อดึงมันออกตามสัญชาตญาณ
นี่เธอเป็นใคร? โรคจิตรึ หรือว่าจะถ่ายไปก็อบแผ่นขายกัน? คำถามที่เอ่ยออกมาจากปากของผู้ที่เป็นเจ้าของท่อนแขนกำยำที่กำลังล็อกคอเธออยู่นั้น ทำให้ ญรินดางงเล็กน้อย ก่อนจะถึงบางอ้อในเวลาต่อมา
ปล่อยนะ นายไปเป็นใครถึงมีสิทธิ์มารุกล้ำความเป็นส่วนตัวของฉันได้ฮะ
เธอนั่นล่ะ ที่เป็นพวกถ้ำมองชอบมองเวลาชาวบ้านเขามีอะไรกัน
ปล่อยนะ! นายอย่ามาพูดซี้ซั้วสิ ใครถ้ำมอง! หญิงสาวแหวกลับอย่างไม่ยอมแพ้ แม้จะตกเป็นรองอยู่ก็ตาม
ก็ไม่แน่หรอก เดี๋ยวนี้ผู้หญิงที่อดอยากปากแห้ง ไม่มีใครเขาเอาก็มีอยู่ถมไป เธออาจจะเป็นประเภทนั้นกะ...
เพี๊ยะ!
ชายหนุ่มยังไม่ทันพูดจบประโยคดีเป็นอันต้องหน้าหันไปตามแรงที่ตกกระทบลงมา เมื่อร่างบางที่เขาล็อกคอไว้ ใช้เวลาที่เขาเผลอสะบัดตัวออกแล้วฟาดฝ่ามือลงมาที่แก้มสากอย่างแรง เขายกมือขึ้นแตะแก้มตัวเองเล็กน้อย ก่อนดวงตาคมกล้าจะหันไปมองด้วยแววตาวิบวับด้วยสีหน้าไม่พอใจ
ไอ้คนที่ไม่ปกติน่าจะเป็นนายมากกว่านะ! ฮึ... น่าขำ คนบ้าอะไรเวลามีเซ็กซ์กลับไม่ดูตาม้าตาเรือ ให้คนอื่นเขาดูจนจบถึงมาต่อว่า ตัวเองมากกว่ามั้งที่อยากโชว์น่ะ หญิงสาวยืนเท้าเอว เชิดหน้ามองคนตรงหน้า พร้อมกับพูดท้าทาย
ปากดีนักนะ! แม่นักถ้ำมองผู้ดี พสุธาพูดพร้อมกับกวาดตามองขึ้นลงตั้งแต่หัวจรดเท้าของร่างบางตรงหน้า
มองอะไร! ญรินดาตวาดลั่นเมื่อรู้สึกถึงสายตาดูถูกที่กวาดมอง มือบางยกง้างขึ้นสูงหมายจะทำร้ายร่างสูงอีกครั้ง ทว่ายังไม่ทันที่มือบางตะตวัดลงมาได้ ก็ถูกมือหนาของร่างสูงตรงหน้าคว้าไว้พอดี
อย่านึกนะ ว่าจะได้ตบหน้าฉันเป็นครั้งที่สอง ว่าแล้วร่างสูงก็กระตุกข้อมือบาง แล้วร่างบางก็ปลิวปะทะแผงอกเปลือยเปล่าของเขาเบาๆ
นี่จะทำอะไรน่ะ! ทันทีที่จบประโยค ร่างสูงก็โน้มใบหน้าลงไปหาร่างบางในอ้อมกอด
ดิน! นี่มันอะไรกันน่ะ! เสียงแหลมที่ดังมาจากประตูห้องทำให้พสุธาเผลอ แล้วก็เป็นจังหวะที่ตัวญรินดาเองออกแรงผลักอกกว้างให้ออกห่าง
ริต้า ชายหนุ่มเรียกชื่อผู้มาใหม่เบาๆ ทว่าสีหน้ากลับยังนิ่งเรียบเช่นเดิม
นี่หล่อน เป็นใครมิทราบยะเนี่ย...ฮึ... ฉันยังไม่ทันกลับก็มาต่อคิวรอแล้วหรือยังไง... คำดูถูกเหยียดหยามที่ดังออกมาจากริมฝีปากอวบอิ่มนั่น มาพร้อมกับสายตาดูถูกที่จ้องญรินดาตั้งแต่หัวจรดเท้า
ยัยนี่เป็นใคร? แล้วมีสิทธิ์อะไรมาดูถูกเธอกัน!
โทษทีนะ ไอ้ต่อคิวนี่อะไรน่ะ ฉันไม่ค่อยเข้าใจ ญรินดาแสร้งถามกลับอย่างซื่อๆ ทั้งๆ ที่พอรู้ความหมายของประโยคที่ร่างอวบอัดนั่นพูด
ฮึ! สวยแต่โง่หรือเปล่าเนี่ย
พอสักทีริต้า นี่ไม่ใช่เรื่องของเธอเลยนะ ฉันว่าเราคุยกันชัดเจนแล้วเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเราน่ะ พสุธาไม่ปล่อยให้สองสาวได้ปะทะริมฝีปากกันต่อ จึงพูดขัดขึ้นมาในทันที
แต่...ริต้า...
ไม่เป็นไรหรอก เขาอยากพูดก็ปล่อยให้พูดมา แต่ถ้าไม่เข้าหูล่ะก็...มีตบ! ญรินดาพูดเสียงดังฟังชัด โดยเฉพาะคำสุดท้ายที่ดูเน้นเป็นพิเศษ ดวงตากลมหรี่ลงแล้วมองร่างของหญิงสาวอีกคนด้วยหางตา
ดี! ฉันกำลังจะอธิบายว่า...เธอ! มาต่อคิวเพื่อมีเซ็กซ์กับดินต่อจากฉันไงล่ะ เป็นไง ชัดเจนดีมะ...
เพี๊ยะ!
ยังไม่ทันจบประโยคดี คำพูดของผู้มาหลังสุดของหายลงไปในลำคอ เพราะเริ่มรู้สึกแสบๆ ชาๆ ที่แก้ม เหมือนถูกอะไรมากระทบอย่างแรง แล้วก็ไม่น่าถามว่ามันคืออะไร... ก็ไอ้มือบางๆ ทว่าหนักหน่วงเป็นพิเศษของญรินดานั่นเอง
ฉันถามมั่งแล้วกัน เป็นไง? ชัดเจนพอไหม? ฮะ ฮ่าๆๆๆๆ ญรินดาพูดและหัวเราะต่ออย่างไม่เก็บอาการความสะใจจากการกระทำของตัวเองเมื่อครู่ไว้เลย
ร่างสูงมองร่างบางที่เขาไม่ค่อยคุ้นตาที่อยู่ตรงหน้าอย่างงงๆ ในการกระทำของเธอไม่น้อย
มีที่ไหน ตบใครไม่รู้ที่ไม่รู้จักเสร็จแล้วหัวเราะอย่างไม่เก็บอาการเลย...?
กรี๊ด... ร่างอวบอิ่มกรีดร้องสุดเสียง ซึ่งบ่งบอกอารมณ์ได้เป็นอย่างดีว่าคับแค้นใจขนาดไหน
ริต้า หุบปาก พสุธาแหวลั่น ด้วยว่าไม่อยากสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่นไปมากกว่านี้ เขาหันไปสั่งคู่นอนคนล่าสุดต่อโดยไม่เว้นจังหวะ
กลับเข้าไปเปลี่ยนชุด แล้วกลับไปซะ
ดิน...ดินพูดแบบนี้กับริต้าได้ไง... ได้แล้วก็จะทิ้งกันง่ายๆ เพราะแม่นี่เลยหรอ ฮะ?
แล้วค่อยคุยกัน กลับไปก่อน ชายหนุ่มพูดเสียงเรียบโดยที่ไม่แม้แต่จะมองคู่สนทนาเลย
ได้! แล้วเธอก็หันตัวกลับเข้าไปในห้อง แล้วในเวลาไม่ถึงห้านาทีเธอก็ออกมาในชุดเสื้อสายเดี่ยวรัดรูปสีแดง กับกางเกงขาสั้นรัดติ้วสีดำ แล้วเดินปึงปังจากไปโดยไม่ลา
เอาล่ะ เราจะได้คุยกันต่อซะที พสุธาเอ่ย พร้อมกับจ้องมองไปยังหญิงสาวที่มองเขากลับโดยไม่หลบสายตาคมกล้าของเขาเช่นกัน
คุยอะไร มีเรื่องอะไรต้องคุย ฉันต่างหากที่มีเรื่องต้องถามนาย ว่านายเป็นใคร! ญรินดาพูดพร้อมกับถลึงตามองร่างสูงตรงหน้าอย่างคาดคั้น
ฉัน...พสุธา วงศ์สรานนท์...น้องชายของเจ้าของห้องนี้ ซึ่งนั่นถ้าฉันเดาไม่ผิด คนที่เธอพูดถึงก็คงเป็นพี่เมฆล่ะมั้ง
ญรินดานิ่งเงียบ ไม่พูดอะไรโต้ตอบ ดวงตากลมโต นัยน์ตาสรดำสนิททอดมองร่างสูงของชายหนุ่มตรงหน้าตั้งหัวจรดเท้า ก่อนจะแอบยอมรับในใจ
มีส่วนที่เหมือนพี่เมฆเหมือนกันแฮะ น่าจะใช่จริงๆ แล้วเราจะไปอยู่ไหนล่ะ?
แล้วเธอล่ะ...?
ฉันเป็นน้องของพี่เปรี้ยว พี่เปรี้ยวบอกว่าให้มาอยู่นี่ไปสักอาทิตย์แล้วจะกลับ
เอางี้ เราไปคุยกันข้างใน เพราะตอนนี้มันดึกมากแล้ว ฉันว่าคุยตรงนี้คงไม่เหมาะเท่าไหร่ พสุธาพูดพร้อมกับเดินนำเข้าไปก่อน โดยไม่ลืมความเป็นสุภาพบุรุษ หันไปคว้ากระเป๋าใบย่อมที่หญิงสาวถือมาเข้าไปด้วย
คุณนั่งที่โซฟาเล็กนั่นไปก่อน เดี๋ยวผมขอเปลี่ยนชุดแป๊บนึง
อือ หญิงสาวรับคำอย่างว่าง่าย ญรินดาใช้สายตาสำรวจไปทั่วบริเวณห้องอย่างอยากรู้อยากเห็น แล้วทันใดนั้นเอง เธอก็เหลือบไปเห็นร่างสูงกำลังปลดกระดุมกางเกงยีนส์ของเขาเอง
กรี๊ด! ไอ้บ้า มาเปลี่ยนอะไรตรงนี้! ญรินดาแผดเสียงร้องด้วยความตกใจ
เอ้าคุณ นี่มันอพาร์ตเมนต์นี่ ไม่ใช่คอนโดจะได้มีหลายห้อง ก็ต้องเปลี่ยนมันตรงนี้แหละ แล้วอีกอย่างนะ คุณหันมาดูเองด้วย
โอ๊ย ฉันจะบ้าตาย รีบๆ เปลี่ยนแล้วกัน ฉันปิดตาก็ได้
แล้วไม่นาน เธอก็รับรู้ถึงที่นั่งโซฟาด้านข้างเธอนั้น ยุบยวบลง เธอจึงปล่อยมือที่ปิดบังตาตัวเองอยู่ออกแล้วเธอก็พบร่างสูงกำลังนั่งมองเธออยู่
เมื่อมีโอกาสได้เห็นใกล้ๆเธอถึงรู้ว่า ชายหนุ่มที่เธอทั้งด่า ทั้งว่า ทั้งต่อล้อต่อเถียงเมื่อตะกี้นั้นเป็นคนหน้าตาดีแค่ไหน
ใบหน้าเรียวได้รูป ผิวเนียนขาวไร้ที่ติ แล้วไหนจะดวงตาคมกล้าสีดำสนิท จมูกก็โด่งรับกับริมฝีปากเรียว ทว่าดูมีเสน่ห์อย่างบอกไม่ถูก ผมสีน้ำตาลเหลือบทอง ที่ไม่บอกก็รู้ว่าไม่ใช่ของที่ธรรมชาติให้มานั้น ทอประกาบสะท้อนแสงนีออนในห้องอย่างน่าดูเลยเชียวล่ะ ยัง... เท่านั้นยังไม่พอ ผมสีน้ำตาลสลวยพูดซอยสไลด์ให้ระต้นคอ ผมบริเวณหูถูกซอยออกจนเห็นต่างหูเงินไม้กางเขนที่ใส่อยู่อย่างชัดเจน
แล้วจะเอายังไง เธอจะไปอยู่ที่ไหน...
หวาน ฉันชื่อหวาน อย่าเรียกเธอๆ ฉันไม่ชอบ มันเหมือนหาเรื่องกัน
โอเค ผมชื่อพสุธา น้องพี่เมฆ ชายหนุ่มยังคงถือความเป็นส่วนตัวบอกเพียงชื่อจริงเท่านั้น ซึ่งหญิงสาวก็ไม่ทักท้วงอะไร ทำเพียงพยักหน้ารับรู้เบาๆ
แล้วช่วงที่รอพี่เปรี้ยวกลับมาฉันจะทำยังไง จะไปอยู่ที่ไหนกัน นายช่วยไปหาที่อยู่เอาได้ไหม ญรินดาถามด้วยน้ำเสียงนิ่งเฉย เล่นเอาชายหนุ่มงงในความคิดของเธอจริงๆ
มีที่ไหน? มาก็มาที่หลัง มาไล่คนอื่นเขาออกไป! มั่นซะไม่มีอ่ะ
คงไม่ได้ครับ เพราะผมก็ไม่มีที่อยู่เหมือนกัน พอดีผมยกเลิกสัญญาเช่าหอไปแล้ว เลยต้องมาอยู่ที่นี่ แล้วกะจะบอกพี่เมฆอีกที
งั้นก็ไปเช่าหอของนายต่อสิ เอ๊ะ เดี๋ยวนะ หอหรือ? หมายความว่านาย... ญรินดาเบิกตาดูชายหนุ่มตรงหน้าอย่างตกใจเล็กน้อย
ยกเลิกไปแล้ว กว่าจะเซ็นใหม่ต้องใช้เวลาหนึ่งเดือน ไม่ว่ายังไงผมก็อยู่ที่นี่อยู่ดีแหละคุณ แล้วทำไม ผมอยู่หอแล้วผิดตรงไหนเนี่ย เด็กมหาลัยอยู่หอไม่เห็นแปลก พสุธาพูดพร้อมกับเกาท้ายทอยตนเองอย่างงงๆ
อ๊าย ไอ้เด็กแก่แดด แค่อายุไม่เท่าไหร่ก็เอาผู้หญิงมานอนที่บ้าน! นิ้วเรียวชี้ใบหน้าคมๆ อย่างไม่เกรงใจ
อ้าวๆ พูดงี้ก็สวยดิ มาด่าคนอื่นเขาน่ะ ตัวเองอายุเท่าไหร่แม่คุณ
ยี่สิบสองย่ะ!
ยี่สิบสอง! พสุธาลุกพรวดจากที่นั่ง ก่อนจะกวาดดวงตาคมไม่ตามร่างอ้อนแอ้นบอบบางตรงหน้า ที่ไม่ว่ามองยังไงก็ไม่น่าเกินยี่สิบ
ผมหยักศกยาวสีดำสนิท ที่ถูกขมวดอย่างลวกๆ ไว้ ใบหน้าขาวเนียนถูกล้อมกรอบด้วยปอยผมที่ร่วงลงมาเล็กน้อย ดวงตากลมโตใสสีดำ จมูกเล็กๆ ที่ออกจะไปทางโด่งรั้น ริมฝีปากอวบอิ่มเล็กน้อยเป็นรูปกระจับอย่างสวยงาม ที่หูข้างหนึ่งของเธอ มีต่างหูเพชรสีชมพูเม็ดเล็กประดับอยู่อย่างสวยงาม
มองอะไร! นายทำกับคนอายุมากกว่าแบบนี้รึไงกัน
โทษที เอาเป็นว่าเราอยู่ด้วยกันที่นี่จนกว่าพี่เปรี้ยวกับพี่เมฆจะกลับมาแล้วกัน
ก็ได้ แต่นายห้ามพาผู้หญิงที่ไหนมานอนอีกนะฉันไม่ชอบ เฮ้ยๆ เดี๋ยวก่อนนะ มีห้องเดียว เตียงเดียว จะนอนกันยังไงล่ะ
คนละครึ่งเตียงไง พสุธาตอบด้วยสีหน้าราวกับว่าเป็นเรื่องธรรมดามากๆ
ฉันยังไม่อยากเสียงพรหมจรรย์ไปในตอนนี้นะ ญรินดาพูดได้เต็มปากเต็มคำพร้อมกับดวงตากลมโตที่หรี่ลงแล้วมองไปทางร่างสูงที่ยังคงยืนจังก้าอยู่
ผมไม่ยุ่งกับน้องสาวของพี่สะใภ้หรอก
บทที่ 2 การเริ่มต้นอยู่ด้วยกัน...
เสียงก๊อกแก๊กที่แว่วดังเข้ามาในโสตประสาท ทำให้พสุธาจำต้องลืมตาตื่น ทั้งที่ไม่อยากตื่นเอาเสียเลย แล้วเมื่อมองไปทางที่มาของเสียง ก็พบเจ้าของร่างเพรียวบอบบาง กำลังหันหลังทำอะไรสักอย่างที่มุมห้องครัวที่เจ้าของห้องสร้างขึ้นเอง
ญรินดาอยู่ในชุดเสื้อยืดตัวโครกกับกางเกงขาสั้นสบายๆ เขามองหญิงสาวที่เพิ่งอยู่ร่วมห้องด้วยกันอย่างเพลินตา ท่อนเรียวเนียนที่โผล่พ้นออกมาจากกางเกงทำให้พสุธาเผลอแลบลิ้นเลียริมฝีปากตัวเองเบาๆ พร้อมกับน้ำลายที่ถูกกลืนลงคอตัวเองดังเอื๊อก
นี่นาย ตื่นแล้วก็บอกกันมั่งสิ เสียงหวานที่แสดงออกว่าไม่พอใจเล็กน้อยดังขึ้น ทำให้เขาหลุดจากภวังค์ ก่อนจะมองไปที่ญรินดาด้วยสีหน้าที่นิ่งเฉยเช่นเดิม
เธอกำลังทำอะไร
เธอ? นี่นายหาเรื่องฉันรึไง ญรินดาถามเสียงเรียบ
เวร! แค่เรียกผิดทำซะอย่างกับจะฆ่าจะแกงกันซะอย่างงั้น
เอ้อ ขอโทษ หวานกำลังทำอะไรหรือครับ? พสุธาพยายามถามด้วยน้ำเสียงสุภาพสุดๆ
พี่ล่ะ ฉันอายุมากกว่านะ
โอ๊ยคุณ เรื่องมากจริง ก็แค่ปีเดียวล่ะน่า ผมยี่สิบเอ็ดแล้วนะ แล้วก็กำลังจะยี่สิบสองแล้ว แค่ผมเข้าโรงเรียนช้ากว่าคุณนิดเดียวอย่ามาคิดว่าตัวเองเป็นพี่สิ
ก็ได้ ฉันกำลังจะทำอาหารเช้า นายเข้าไปอาบน้ำก่อนแล้วกัน พสุธาส่ายหัวเบาๆ ก่อนจะยอมทำตาม
บอกให้คนอื่นเรียกชื่อตัวเอง แต่เจ้าตัวดันเอาแต่เรียกคนอื่นว่านายๆ อยู่ได้
แล้วเมื่อร่างสูงออกมา ก็พบว่างผู้ร่วมอาศัยคนใหม่ได้ใช้กระดาษทิชชูเดปากเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
นี่คุณพสุธา เบอร์อพาร์ตเมนต์นี้เบอร์อะไร
ฮะ? ด้วยว่าอยู่ดีๆ แม่คุณถามมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยอันใด เล่นเอาร่างสูงเปลือยท่อนบนงงไปเลย แถมเธอยังชายตามามองเล็กน้อย กลับไม่กรี๊ดกร๊าดดั่งเมื่อวาน
ถามว่า เบอร์โทรที่นี่...เบอร์-อะ-ไร หญิงสาวเน้นทีละคำอย่างชัดเจน
อ้อ เขาบอกเบอร์โทรศัพท์ต่อให้
อืม... ญรินดาพยักหน้ารับรู้พร้อมกับใช้ปากกาจนยุกยิกลงที่มือของตนเอง
แล้วนี่คุณจะไปไหน? ชายหนุ่มถาม เมื่อมองเห็นการแต่งกายของเธอที่เปลี่ยนไปจากเมื่อกี้โดยสิ้นเชิง
ร่างเพรียวบางสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีเขียวอ้อน กับกางเกงสแล็คขายาวสีดำ ใบหน้าหวานๆ ถูกแต่งด้วยเครื่องสำอางเล็กน้อยแบบพอดี ขอบตาถูกเขียนด้วยอายไลเนอร์สีดำที่หางตา แก้มอิ่มเป็นสีชมพูเรื่ออย่างธรรมชาติ และริมฝีปากอิ่มก็ถูกทาด้วยลิปกลอสสีชมพูอ้อน
ไปบริษัทน่ะสิ ฉันจะไปคอนเฟิร์มเรื่องเข้าทำงาน
อ้อเหรอ กลับกี่โมงล่ะ
ไม่ต้องมาถาม แล้วก็ไม่ต้องเอาผู้หญิงที่ไหนมานอนตอนฉันไม่อยู่ล่ะ แล้วก็...ไปแต่งตัวซะ เห็นแล้วอุจาดตา พูดจบญรินดาก็คว้ากระเป๋าถือใกล้มือแล้วลุกขึ้นแล้วเดินออกจากห้อง โดยทิ้งให้พสุธา....อึ้งอ้าปากค้างกับคำพูดของเธอ....อีกแล้ว...
เฮ้ย! เคยมีแต่คนบอกว่าเราหุ่นดี ไม่เห็นเคยมีที่ไหนเลยที่จะบอกว่าเราเปลือยท่อนบนแล้วบอกอุจาดตา...อุแม่เจ้า!
พสุธาทำได้เพียงเกาหัวอย่างงงๆ ก่อนจะเดินไปแต่งตัวทางมุมนึงของห้อง
Graphic Generation
ชื่อบริษัทที่โชว์หลาอยู่บนเหนือตึก ทำให้ญรินดาเริ่มมั่นใจว่าเธอมาถูกบริษัท ร่างสูงเพรียวของเธอก้าวเดินเข้าไปยังอย่างมั่นใจ แล้วกล่าวถึงธุระที่มาทำกับฝ่ายธุการ แล้วก็ได้รับคำตอบกลับมาว่า ให้เธอขึ้นลิฟต์ไปเจอกัวหัวหน้าแผนกของเธอโดยตรงที่ชั้น 5
เสียงที่บ่งบอกว่าถึงที่หมายแล้ว ทำให้ญรินดาก้าวเดินออกมาจากลิฟต์โดยทันที
อาการตื่นเต้นเล็กน้อยของเธอ ทำให้เธอมองตรงไปข้างหน้าอย่างเดียว โดยลืมที่จะมองด้านข้าง จึงเดินชนคนที่เพิ่งเดินผ่านหน้าลิฟต์
อุบ...ขอโทษค่ะ ญรินดาขอโทษเบาๆ พร้อมกับก้มลงหยิบปากกาของฝ่ายตรงข้ามที่ตกลงที่พื้น
ไม่เป็นไรครับ แล้วคุณล่ะเป็นอะไรไหม เสียงของบุคคลตรงหน้านุ่มทุ้มเสียงจนญรินดาต้องเงยหน้ามอง แล้วเธอก็พบร่างสูงที่อยู่ในชุดเสื้อยืดสีขาวที่ถูกคลุมทับด้วยเสื้อเชิ๊ตแขนยาวสีดำเรียบๆ กับกางเกงยีนส์ขายาวสีเข้ม กับรองเท้าหนังดูมีราคาพอสมควร ผมสีน้ำตาลเข้มของเขาถูกเสยไปข้างหลังอย่างลวก บ่งบอกถึงนิสัยที่เป็นคนสบายๆ ของเขา
อ้อ ไม่ค่ะ ไม่เป็นไร เอ้อ...ไม่ทราบว่าพอจะรู้ไหมว่าหัวหน้าแผนกออกแบบผลิตภัณฑ์ของที่นี่อยู่ไหน
มีอะไรจะติดต่อท่านหรือครับ?
ฉันมาคอนเฟิร์มการเข้าทำงานค่ะ
งั้นเชิญห้องในสุดเลยครับ นั่งรอสักครู่เดี๋ยวก็คงมาครับ
ขอบคุณมากค่ะ ญรินดากล่าวคำขอบคุณ พร้อมกับมองไปที่ดวงตาสีน้ำตาลอ้อนของคนตรงหน้าที่มานดูวาวใสน่ามองเลยทีเดียว ก่อนร่างบางจะเดินไปตามทางที่บอก
หลังจากที่เธอนั่งลงที่โซฟาหุ้มหนังตัวนุ่มได้สักประมาณ 5 นาที เสียงเปิดประตูก็ดังขึ้น แล้วเมื่อเธอหันหลังไปก็พบคนที่เธอเพิ่งเดินชนตรงหน้าลิฟต์เป็นผู้เปิดประตูเข้ามา
อ้าว คุณเองหรือคะ? แล้วหัวหน้าแผนกล่ะคะ?
ผมนี่แหละครับหัวหน้าแผนก
หา? ญรินดาทำหน้างงๆ ก่อนจะปรับสีหน้าอย่างรวดเร็ว เมื่อร่างสูงเดินไปนั่งที่เก้าอี้ตรงโต๊ะทำงาน แล้วนั่งลงเบาๆ
ญรินดาลอบมองชายหนุ่มที่อยู่ห่างออกไป ทรงผมของเขาก็จัดอยู่ในแนวทันสมัยไม่น้อย ถึงจะแต่งตัวสบายๆ มากเสียจนเธอแอบไม่มั่นใจว่าเขามาเป็นหัวหน้าแผนกได้อย่างไร
คือว่าแผนกของเรา ค่อนข้างไม่จำกัดการแต่งตัวครับ แค่ขอว่าอย่างใส่สายเดี่ยว กางเกงสั้นรัดติ้วกับบิกินี่และชุดว่ายน้ำมาทำงานก็พอ เพราะผมพอจะเข้าใจว่าการทำงานด้านนี้ การแต่งตัวก็ช่วยได้ทางด้านความคิดและไอเดียน่ะครับ เขาชี้แจงทันทีเมื่อพอที่จะเข้าใจความหมายสายตาของดวงตากลมโตที่ส่งมา
อ้อค่ะ
อืม... งั้นมาแนะนำตัวกันก่อนนะครับ ผม...มาธัส เรียกว่ามาร์ทก็ได้ครับ
ดิฉันญรินดา เอื้อมอมร ค่ะ ที่เหลืออ่านจากแฟ้มประวัติที่มือของคุณดูก็ได้มั้งคะ คุณมาธัส
ญรินดาเลือกที่จะไม่เผยความเป็นส่วนตัวโดยการบอกชื่อเล่น และเลือกที่จะไม่เรียกเขาด้วยชื่อเล่นเหมืนกัน เพราะเธอรู้สึกถึงสายตานุ่มนวลนั่นถูกส่งมองมาทางเธออย่างไม่วางตาเลยทีเดียว
โอเคครับ เอาง่ายๆ เลยแล้วกัน ถึงเขาจะให้แฟ้มข้อมูลคุณมา แต่เขาก็ให้มางั้นแหละ แต่ทางบริษัทก็ตกลงรับคุณแล้ว พร้อมเริ่มงานวันไหนครับคุณญรินดา
ทุกเมื่อค่ะ แต่คงต้องไม่ใช่วันนี้
โอเคครับ ผมให้เวลาคุณปรับตัวสักหนึ่งวัน วันมะรืนมาเจอกัน งานเข้าตอนเก้าโมงครับ
ค่ะ งั้นวันนี้ดิฉันขอตัวแล้วกันค่ะ หญิงสาวกล่าว พร้อมกับลุกขึ้นยืนก่อนจะประนมมือไหว้บุคคลอีกคนในห้อง แล้วพอเธอหันหลังจะเดินตรงไปที่ประตู มาธัสกลับวิ่งมาขวางเธอไว้พอดี
คะ? มีอะไรอีกคะคุณมาธัส เธอเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
เดี๋ยวสิครับ ผมจะไปธุระแถวบ้านคุณพอดี ติดรถไปไหมครับ?
เฮอะ! เปิดอ่านที่อยู่เป็นที่เรียบร้อยเชียวนะ ผู้ชายมันก็เหมือนกันหมด...
ขอบคุณค่ะ แต่ไม่อยากรบกวน ญรินดาเบี่ยงตัวจะเดินไปอีกทาง ทว่าร่างสูงกลับก้าวมาขวางไว้เช่นเดิม ญรินดาเงยหน้ามองคนตรงหน้าที่สูงกว่าเธอพอสมควร
หลีกด้วยค่ะคุณมาธัส เป็นหัวหน้าแผนกนะคะ ไม่ใช่พ่อไม่ใช่แฟนมาทำแบบนี้ได้ไง ญรินดากล่าวหาอย่างเอาเรื่อง ดวงตากลมโตเปลี่ยนเป็นวาววะวับอย่างเคืองๆ
โอ๊ะๆ อย่าเพิ่งโกรธครับ อย่าเรียกผมเหมือนผมอายุมากกว่าคุณนักได้ไหม ผมอายุยี่สิบเจ๊ดเองนะ มากกว่าคุณห้าปี เขาว่าแต่พอเห็นเธอลังเลก็รีบพูดต่อ เถอะนะครับ ถือซะว่าเพื่อสัมพันธ์ที่ดีในอนาคตในบริษัทนี้ เมื่อตื๊อมากๆ เข้า ก็เล่นเอาคนขี้รำคาญอย่างญรินดาต้องจำยอมพยักหน้าจำยอมเบาๆ
จอดที่นี่แหละค่ะ ญรินดาบอกเบาๆ เมื่อรถเก๋งสีน้ำเงินเรียบๆ ขับมาถึงหน้าอพาร์ตเมนต์
คุณอยู่ที่นี่หรือครับ มาธัสถาม พร้อมกับมองที่หญิงสาวที่นั่งข้างๆ ก่อนจะมองไปที่ทางเข้าอพาร์ตเมนต์
ขอบคุณค่ะที่มาส่ง เธอเลือกที่จะไม่ตบ และเปลี่ยนเป็นกล่าวคำขอบคุณแทน แล้วมือบางก็เปิดประตูรถด้านซ้ายมือตัวเองออก ก่อนจะก้าวลงไปยืนแล้วปิดประตู โดยไม่ทิ้งจังหวะให้ผู้ขับรถได้ไถ่ถามอะไรทั้งสิ้นแล้วเมื่อรถคันที่เธอนั่งมาออกตัวไป เธอก็หันตัวกลับเดินตรงไปยังทางเข้าของตึกตรงหน้า
ฮึ ขนาดเพิ่งเรียนจบนะ ญรินดาไม่ได้รู้เลยว่ามีสายตาคมของใครบางคนมองลงมาจากชั้นบน และเห็นตั้งแต่เธอที่ลงมาจากรถเก๋งคันสีน้ำเงินนั่นแล้ว
ร่างผอมบาง ทว่าหุ่นดี ก้าวออกจากลิฟต์ก่อนจะเดินเลี้ยวไปตามทางเดินที่เธอจดจำได้ และทันทีที่เธอถึงหน้าประตูมือบางก็เอื้อมไปเคาะเบาๆ สองสามทีก่อนจะบิดลุกบิดแล้วเดินเข้าไป
เฮอะ เพิ่งเรียนจบก็มีหนุ่มที่ไหนไม่รู้มาส่งแล้วนะ เสียงห้าวที่ดังขึ้น ทำให้หญิงสาวหันหลังกลับไปมองก็พบร่างสูงของพสุธายืนพิงผนังห้องด้วยท่าทางสบายๆ ทว่าสายตาคมที่มองมายังเธอนั้น กลับดูกวนประสาทยังไงไม่รู้
นี่นายพูดอะไรมิทราบ ญรินดาหรี่ตาลง แล้วใช้หางตามองจิกไปที่เจ้าของร่างสูงแวบหนึ่ง ก่อนร่างบางจะเดินต่อไปโดยไม่สนใจ
ก็หมายความว่า พอฉันเห็นเธอ ก็คิดว่าเธอดูท่าทางเงียบๆ คงจะหงิมๆ แต่ที่ไหนได้.... พสุธาแกล้งเงียบเสียงลงเพื่อสื่อความหมายที่จะพูด แล้วก็ได้ผล เท้าที่กำลังจะก้าวต่อของญรินดาหยุดชะงักในทันที เธอรีบหันตัวกลับมามองชายหนุ่มด้วยดวงตาวาวโรจน์ในทันใด
ที่ไหนได้อะไรพูดมาสิ! หญิงสาวตวาดลั่น ซึ่งก็ไม่ช่วยสร้างความหวาดกลัวหรือตกใจให้ฝ่ายตรงข้ามแม้แต่น้อย
แต่ที่ไหนได้กลับได้ผู้ชายตั้งแต่วันแรกๆ ที่เข้ามาในกรุงเทพฯน่ะสิ! คำพูดที่พ่นออกมาจากปากของพสุธาทำให้ญรินดาไม่รอช้า ร่างระหงปากระเป๋าถือในมือของตนใส่หน้าร่างสูงตรงหน้าอย่างแรง
เฮ้ย! นี่ทำอะไรน่ะ! พสุธารีบปัดกระเป๋าที่ปะทะตัวเองอย่างแรงเมื่อสักครู่ทิ้ง แล้วเมื่อเงยหน้าขึ้นก็พบผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นน้องของพี่สะใภ้ยืนเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรงยืนอยู่
ก็เอาของฟาดปากผู้ชายปากหมาๆ ไง! ไม่รอช้ามือบางทั้งสองข้างตวัดไปโดยไม่รออะไรแต่อย่างใด พสุธาหลบหลีกมือบางที่ฟาดเผียะๆ เข้าที่ตัวเขาพัลวัน
หยุดเดี๋ยวนี้นะ! พสุธาตวาดลั่น พร้อมกับมือทั้งสองข้างที่คว้าหมับเข้าที่มือบางของหญิงสาวไว้อย่างมาดมั่น ร่างบางตรงหน้าหอบฮั่กๆ ทว่าก็ไม่ยอมง่ายๆ พยายามดึงมือออกจากอุ้งมือหนา แต่ชายหนุ่มจับมือเธอไว้แน่นนัก
ปล่อยนะ!
ฉันบอกแล้วใช่ไหม ว่าฉันจะไม่มีทางให้เธอได้ตบฉันเป็นครั้งที่สอง ชายหนุ่มพูดเสียงเรียบ พร้อมกับดึงตัวหญิงสาวให้ใกล้ขึ้นกว่าเดิม แล้วก้มหน้าลงไปมองดวงตากลมโตที่มองมาอย่างไม่ยอมแพ้
แล้วจะทำไม? นายปากไม่ดีเองนี่ ฉันจะไม่อ้างว่าเป็นน้องของพี่สะใภ้นายหรอกนะ แต่ฉันอายุมากกว่านาย วุฒิภาวะย่อมมากกว่า นายมาพูดแบบนี้มันดูถูกกันซัดๆนี่
ฮึ ก็ฉันไม่รู้นี่ ก็อย่างที่เธอบอกไงว่าวุฒิภาวะของเธอมากกว่าฉัน เรื่องแบบนี้ฉันเลยไม่รู้ เพราะว่าพี่เปรี้ยวถึงชื่อจะเปรี้ยวแต่เขาก็เรียบร้อย แต่เธอชื่อหวาน แต่...ฮึ! ชั่งแตกต่างกันนัก พสุธาพูดพร้อมกับกวาดสายตาขึ้นลงมองคนตรงหน้า
เพี๊ยะ!
ทันทีที่คนตรงหน้าพูดจบประโยค มือบางใช้จังหวะที่เขาเผลอแล้วดึงมือออกจากการจับกุม พร้อมกับตวัดลงไปที่ใบหน้าคมโดยทันทีโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย ทุกอย่างเกิดขึ้น
เก่งนักนะกับฉันเนี่ย!
ร่างสูงจับมือบางที่เพิ่งหลุดการจับกุมไปมาไว้ในอุ้งมืออีกครั้ง ก่อนจะพลิกให้ร่างบอบบางพิงกับกำแพงแทน ก่อนตัวเขาเองจะเขยิบเข้าใกล้เสียจนหญิงสาวต้องเขยิบเสียจนติดกำแพง
หนีทำไม! เก่งนักไม่ใช่เหรอ... พสุธาพูดด้วยน้ำเสียงเย็นเยือก ใบหน้าคมก้มลงต่ำจนห่างจากใบหน้าหวานของหญิงสาวไม่กี่เซ็น
ถอย...ถอยออกไปนะ ญรินดาพูดเสียงสั่น เมื่อรู้สึกถึงร่างสูงที่อยู่ใกล้เธอเสียจนชิด
ไม่... ทำไม? เรื่องแค่นี้เอง กับคนอื่นมากกว่านี้ก็คงเคยมาแล้วแหละน่า เจ้าของเสียงทุ้มพูดด้วยน้ำเสียงดูถูก ญรินดากัดฟันแน่น ก่อนจะพูดโต้ตอบออกไป
ถ้ารู้ก็ดีแล้ว ช่วยเขยิบออกไปด้วย แค่ยืนใกล้กันน่ะ สำหรับฉันมันไม่พอหรอก ดวงตากลมโตจับจ้องดวงตาคมกลับอย่างไม่ยอมแพ้
ดี! แล้วเราจะได้รู้กันว่าใครมันไวไฟกว่ากัน! ว่าแล้วใบหน้าคมก็โน้มลงหาเรียวหน้าหวานของคนตรงหน้า ก่อนริมฝีปากเรียวจะประกบลงที่ริมฝีปากอิ่มบางในทันที
อื้ม!... ดวงตากลมโตสีดำสนิทเบิกโพลงด้วยความตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เธอพยายามสะบัดมือให้หลุดจากการเกาะกุมเพื่อผลักร่างหนาตรงหน้าให้ออกห่าง ทว่าเขากลับบีบกระชับมือเธอไว้แน่น
ริมฝีปากเรียวบางของชายหนุ่มบดขยี้ริมฝีปากบางอย่างรุนแรง ก่อนลิ้นเรียวจะไล้เลียเข้าที่ริมฝีปากบางอวบอิ่มของเธอในเวลาต่อมา ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ที่เรี่ยวแรงที่พยายามขัดขืนของญรินดาหายไป เธอรู้สึกไร้เรี่ยวแรง ร่างสูงตรงหน้าไม่สนใจ เอาเบียดร่างเข้าหาตนตรงหน้าอย่างอุกอาจ ก่อนท่อนขาแกร่งจะสอดลงตรงหว่างขาของเธอแล้วยกขึ้นเสียดสีอย่างชำนาญ
อื้อ! เมื่อญรินดาจะอ้าปากคัดค้านกลับกลายเป็นว่าเปิดโอกาสให้ชายหนุ่มตรงหน้าได้รุกล้ำมากขึ้น!
บทที่ 3 (ไอ้...ไอ้เด็กแก่แดด!)
พสุธาฉกลิ้นนุ่มของตนล่วงล้ำเข้าสู่โพรงปากหอมหวานของหญิงสาวอย่างรวดเร็ว ก่อนเขาจะจับมือทั้งสองข้างที่ดูเหมือนจะไร้พิษสงนั่นพาดลงที่ไหล่เขา แล้วมือหนาก็จับให้มือของเธอโอบรอบคอของเขาไว้ ก่อนมือข้างหนึ่งของเขาจะถูกยกขึ้นเพื่อประคองใบหน้าหวานเพื่อให้ทั้งเขาและเธอใกล้ชิดกันมากกว่าเดิม ส่วนอีกมือชายหนุ่มจัดการให้มือของตนโอบเอาที่เอวคอดบาง
ญรินดาไม่รู้สึกตัวตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ หญิงสาวรู้สึกหัวตัวเองหมุนติ้วแล้วตัวเธอเองก็เบาหวิวอย่างไม่รู้สาเหตุ เธอรู้สึกถึงความอ่อนนุ่ม ทว่าเร่าร้อนที่กำลังรุกล้ำเข้ามาอย่างมั่นคง
อืม... หญิงสาวหลุดเสียงครางออกมาตามความรู้สึกที่แล่นไปทั่วตัวของเธอ อ้อมแขนบางกระชับไหล่หนาเข้าหามากขึ้นโดยไม่รู้ตัว ซึ่งเขาก็ตอบสนองแต่โดยดี
ก่อนชายหนุ่มจะสำรวจโพรงปากของเธอด้วยลิ้นของตัวเองอย่างอ่อนโยนทว่าเร่าร้อน แล้วก็มาหยุดที่ลิ้นเล็กๆ ที่เคลื่อนไหวอย่างไม่ประสา พสุธาแอบสงสัยเล็กน้อยกับความไร้เดียงสา ทว่าเขาก็พร้อมที่จะสอนให้เธอ เขาเกี่ยวลิ้นเรียวเข้าที่ลิ้นนุ่มเล็กของหญิงสาวในทันที ก่อนจะดุนดันและดูดดึงตามแรงอารมณ์ที่เกิดขึ้น
ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รูที่ทั้งคู่ต่างเบียดตัวเข้าหากันอย่างแนบชิด พสุธาที่เริ่มเห็นแววไม่ดีกลัวจะเลยเถิดจึงค่อยๆ ผละริมฝีปากออกอย่างเชื่องช้า ทว่าหญิงสาวผู้ไร้เดียงสาให้อ้อมกอดเขานี่สิที่ไม่ยอมปล่อยเขาง่ายๆ เพียงแค่ทำท่าจะผละออก ล้นเล็กๆ ก็เกี่ยวกระหวัดเสียงแน่น จนเธออ้อนแรงเขาจึงค่อยๆ ถอยออกมา
ด้วยเหตุการณ์ที่ผ่านมาทำให้ญรินดาหอบหายใจแรง ร่างบางพิงศีรษะเล็กได้รูปเขากับแผงอกหนาของคนตรงหน้า ซึ่งมันทำให้เธอรู้ว่าคนตรงหน้านั้นดูโตเป็นผู้ใหญ่มากกว่าที่เธอคิดเสียอีก
เฮ้อ~ พสุธาถอนหายใจเบาๆ แขนแกร่งโอบไปที่เอวบางก่อนจะกระชับเข้าหาตัวเบาๆ เขารู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของคนตรงหน้าที่รินรดอยู่ บวกกับมือบางที่ยังใช้ไหล่ของเขาเป็นที่พึ่งพิง
เสียงของโทรศัพท์ภายในห้องที่กรีดร้องขึ้นท่ามกลางความเงียบทำให้ญริน-ดารู้สึกตัวมากขึ้น และรีบผลักร่างสูงให้ออกห่างทันที พสุธาก้มมองร่างบางตรงหน้างงๆ ทว่าก็ยอมผละออกแต่โดยดี ก่อนจะเดินไปรับโทรศัพท์
ครับ...อ้อ ครับ ใช่ครับ...เธออยู่ที่นี่ครับ....น่า...ผมไม่ทำอะไรเธอหรอก....ครับ สักครู่ครับ....
นี่คุณ พี่เปรี้ยวโทรมา ร่างสูงหันมาบอก ก่อนจะยื่นส่งหูโทรศัพท์ให้ ซึ่งเธอก็รับมาเงียบๆ แล้วชายหนุ่มก็เดินไปอีกทาง
ฮัลโหล... หวานพูดค่ะ
-หวาน เป็นยังไงบ้าง รออีกไม่กี่วันนะ เดี๋ยวพี่ก็กลับแล้ว
ค่ะ พี่เปรี้ยว
-ดินมันทำอะไรเธอรึเปล่า คิดไม่ถึงเลยว่านายนั่นจะมาอยู่ที่นี่
เปล่าค่ะ เขาเรียบร้อยดี หญิงสาวพูดเสียงเบาในประโยคสุดท้าย
-ก็ดีจ้ะ ดินน่ะมันเจ้าชู้ ต่างกับเมฆราวกับดาวพลูโตกับโลก อย่าให้มันเอาสาวมานอนที่นั่นนะ เดี๋ยวเมฆบ่นตาย
อ๋อค่ะ เดี๋ยวบอกให้ ...เธอไม่อยากบอกเลยว่า เขาพาสาวมาแล้ว อีกอย่างเธอบอกเรื่องห้ามเอาหญิงมานอนก่อนพี่เธอจะบอกเสียอีก...
-แล้วเรื่องงานเป็นไงบ้าง
ก็ดีค่ะ วันมะรืนเริ่มงาน
-ดีจ้ะ อืม...งั้นไว้แค่นี้นะ เออ ลองไปหาคอนโดที่หวานชอบไว้เลยนะ พี่กลับไปแล้วจะไปดูให้
ค่ะ บ๊ายบายค่ะพี่ ขอบคุณมาก
เมื่อวางหูโทรศัพท์เสร็จ ทันทีที่ร่างบางหันหลังกลับก็พบร่างสูงที่กำลังยืนมองเธออยู่ด้วยแววตาคมแบบผู้ใหญ่
มีปัญหาอะไร ญรินดาถามเสียงเรียบ
เปล่า ว่าแต่...รู้สึกยังไงกับจูบร้อนแรงของฉันล่ะ แต่ท่าทางเธอจะไม่ประสาเอาเสียเลยนะ
ญรินดารู้สึกหน้าตึงทันทีกับคำพูดของชายหนุ่ม
แล้วยังไง? ช่างเถอะ ฝึกกับเด็กอย่างนายก็คงไม่ได้รู้อะไรมากเท่าไหร่ ฉันไปหาคนที่เป็นผู้ใหญ่กว่าคงจะดีกว่านี้
จบคำเธอกำลังจะเดินเลยร่างสูงกลับถูกแขนแกร่งรั้งเอวไว้ ก่อนจะดึงเข้าหา หน้าอกของหญิงสาวแนบแน่นอยู่กับแผงอกกว้าง เธอหน้าแดงทันที
ปล่อยนะ! จะทำอะไร มือบางพยายามยึดไหล่หนาให้ออกห่างจากเธอ ทว่าพละกำลังของคงตรงหน้ามีมากกว่านัก
ก็จะให้เธอได้รู้ไงว่าเด็กสมัยนี้ไม่ได้อ้อนต่อโลกแบบที่เธอคิด แล้วเมื่อใบหน้าคมทำท่าจะโน้มลงมา ดวงตากลมโตปิดแน่น
อยู่ๆ เสียงออดที่ประตูก็ดังขึ้นทำให้พสุธาเผลอ ร่างบางผลักเขาออกอย่างแรง ก่อนจะเดินตรงไปที่ประตู ก่อนจะเปิดให้ผู้มาเยือน แล้วเธอก็พบชายหนุ่มคนที่เธอเพิ่งจากเขามาเมื่อกี้
คุณมาธัส... หญิงสาวพูดเสียงเบาหวิว
สวัสดีอีกครั้งครับ พอดีคุณลืมนี่น่ะ มาธัสพูดพร้อมกับโชว์เจ้าวัตถุเล็กๆ เป็นสีเหลี่ยมบางๆ สีแดงอันหนึ่งขึ้นมาโชว์ ทำให้เธอนึกออกว่านั่นคือมือถือของคุณ
ขอบคุณค่ะ
ไม่เป็นไรครับ มาธัสพูดด้วยความสุภาพ ก่อนส่งมือถือคืนให้เธอ
งั้นผมขอตัวครับ มาธัสหันหลังเดินกลับไป แล้วเมื่อเธอจะหันหลังกลับเข้าห้องบ้าง โทรศัพท์ในมือก็กรีดร้อง พร้อมกับสั่นอย่างรุนแรง เธอมองชื่อคนที่โทรมาทันที
เพื่อนใหม่
ใครหว่า? เราไม่เคยเมมคนชื่อนี้ไว้นี่...
ฮัลโหล ญรินดาพูดค่ะ
ไม่มีเสียงตอบรับกลับมา จนเธอจะวางสายอยู่แล้วกลับได้ยินเสียงอื่นดังขึ้นแทน
ทางนี้ครับ! เสียงที่ดังมาอีกทาง เมื่อเธอหันไปดู ก็พบมาธัสที่เพิ่งแยกกันเมื่อครู่ยืนโบกมืออยู่ห่างออกไปไม่มาก
นี่คุณทำอะไรเนี่ย!
ไว้เจอกันครับ ก่อนสายให้โทรศัพท์จะหลุดพร้อมกับร่างมาธัสที่เดินหายไปทว่าใครอีกคนในห้องกลับเริ่มขึ้นเสียง
ว่าไง ถึงขั้นให้ที่อยู่กันเลยเหรอ ถ้าฉันไม่อยู่เธอคงไม่หิ้วมันเข้ามาหรอกนะ เสียงเย็นเยือกที่ดังมาจากอีกทาง ทำให้ญรินดาทอดสายตามองเล็กน้อย ก่อนจะไม่ตอบอะไรแล้วเดินไปอีกทาง
ทำไมไม่ตอบล่ะ!
...
ญรินดา! ชื่อจริงของเธอที่ออกมาจากปากชายหนุ่มทำให้เธอไม่ได้ช่วยทำให้เธอสนใจเขามากขึ้นแม้แต่น้อย เธอหย่อนโทรศัพท์มือถือลงในกระเป๋าถือของตัวเอง ก่อนจะคว้ามาไว้ในมือ แล้วเดินตรงไปที่ประตูโดยผ่านชายหนุ่มไป
มือหนาคว้าเข้าที่ต้นแขนเรียวบาง ก่อนจะกระชับแน่น
จะไปไหน...
อย่ามายุ่งกับฉัน ญรินดากัดฟันพูด ก่อนจะดึงแขนตัวเองกลับแล้วเดินออกไป
เสียงเพลงที่สนุกสนานไม่ได้ช่วยให้อารมณ์หดหู่ของญรินดานั้นรื่นเริงขึ้นมาแต่ใด มือบางกำกระชับแก้วโอลด์ แฟชั่นด์ให้มือแน่น เมื่อนึกไปถึงเหตุที่เกิดระหว่างน้องชายพี่เขยกับตัวเธอเอง
เฮ้อ~ หญิงสาวถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะยกแก้วขึ้นจรดริมฝีปาก แล้วกระดกดื่มน้ำที่บรรจุอยู่ที่เป็นสีชมพูอ้อนเข้าไปในลำคอจนหมด ก่อนแก้วที่บรรจุเครื่องดื่มที่ชื่อว่าเฟรมมิ่ง ซันเซทจะถูกวางลงที่เคาน์เตอร์ตรงหน้า
ขอมาทาดอร์แก้วนึงค่ะ หญิงสาวหันไปสั่งบาร์เทนเดอร์หนุ่ม ที่ดูๆ แล้ว อายุน่าจะไม่มากไม่น้อยไปกว่าเธอสักเท่าไหร่ แล้วไม่นานแก้วที่บรรจุเครื่องดื่มที่เธอต้องการก็มาตั้งอยู่ตรงหน้า พร้อมกับเสียงทุ้มสุภาพที่เอ่ยตามมา
ผมว่าคุณคงมาคนเดียว อย่าดื่มมากเลยนะครับ เพราะคุณต้องกลับบ้านเอง
ญรินดาไม่ตอบอะไร เธอคว้าแก้วเครื่องดื่มมาไว้ในมือก่อนจะกระดกขึ้นดื่มสองสามอึก เธอไม่สนใจคำเตือนที่สุภาพของบาเทนเดอร์ แล้วเธอก็หันหลังมองไปยังฟลอร์เต้นที่คนเริ่มหนาตาขึ้น เมื่อเวลาเริ่มล่วงเลยไป
ออกไปเต้นเสียหน่อยเถอะครับ เสียงที่ดังขึ้นมา ทว่าเจ้าของเสียงกลับไม่ได้มองมาที่เธอเลยแม้แต่น้อย เขาก้มหน้าก้มตาเช็ดแก้วใบใสในมือ แล้วเธอก็ตัดสินใจลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะก้าวเดินตรงไปงยังฟลอร์เต้นรำ ที่เริ่มคร่าครำไปด้วยผู้คนที่แห่แหนกันมาผ่อนคลายอารมณ์
แล้วทันทีที่เธอไปถึงกลางฟลอร์ ญรินดาก็เริ่มออกลวดลายให้การเต้นทันที สะโพกกลมกลึงเคลื่อนไหวไปมาอย่างสนุกสนาน ในขณะเดียวกันมือและแขนที่เรียวบางก็ลูบไล้ไปตามเนื้อตัวของตัวเธอเองด้วยความหลงใหล
ผู้คนรบข้างเริ่มหันเหไปให้ความสนใจกับร่างระหงที่โยกย้ายเต้นไปมาที่กลางฟลอร์ ทว่าเธอกับไม่ให้ความสนใจกับใครเลย เธอยังคงสนุกสนานในโลกของตัวเองต่อไป ก่อนมือบางจะเลื่อนไปที่กระดุมเสื้อด้านหน้าเสื้อเชิ้ตแขนยาวของตัวเอง ก่อนจะปลดมันทีละเม็ด...ทีละเม็ด...อย่างช้าๆ...
ฮิ้ว~ ถอดเลยคนสวย!
ปลดอีกๆ! เซ็กซี่มากจ้าคนสวย
เสียเชียร์จากคนรอบข้างไม่ได้ช่วยให้ญรินดาสนใจหรือได่สติขึ้นมาแต่อย่างใด แล้วเมื่อมือบางกำลังจะถอดเสื้อเชิ้ตที่คลุมอยู่นั้นเอง...
ว๊าย !~ เจ้าของร่างระหงหวีดร้องดัง ทว่ามันก็ไม่ดังพอ เพราะเพลงในสถานที่ที่เธอยู่นั้นมันดังมาก
ญรินดารู้สึกถึงว่าตัวเองเหมือนลอยอยู่เหนือพื้น แล้วเมื่อเธอลืมตามองก็พบว่าตัวเองกำลังห้อยหัวอยู่! พระเจ้า! ใครกล้าทำกับเธอแบบนี้! แบบนี้ญรินดาคนนี้ไม่ยอมเว้ย!
ไอ้บ้า! แกเป็นใคร! ปล่อยฉันนะ! ฉันมีลูกมีพ่อมีแม่นะยะ! ทว่าร่างสูงที่อุ้มหญิงสาวพาดบ่ากลับเงียบไม่ตอบอะไร แม้จะรู้สึกเหมือนมดกัดบ้างเล็กน้อย เมื่อหญิงสาวที่เขาอุ้มอยู่ประทุษร้ายเขาเท่าที่เธอจะทำได้
ลานจอดรถ
ไอ้บ้า! ทำไมไม่ตอบฮะ!
นี่แกเป็นคร๊าย ท่ามกลางลานจอดรถที่เงียบสนิท แล้วมีคนอยู่ไม่มีคน กลับมีเสียวงเล็กแหลมดังก้องไปทั่ว
โครม!
ทันใดนั้นเอง ญรินดาก็รู้สึกว่าเหมือนตัวเองถูกโยนไม่ก็เหวี่ยงเข้าไปนั่งโครมในรถ แล้วเมื่อเธอมองเจ้าของฝีมือการกระทำทั้งหมดที่ผ่านมาเธอก็อ้าปากค้างอย่างหุบไม่ลง
นะ...นี่นาย...มาอยู่ที่นี่ได้ไง... นิ้วชี้เรียวยาวยกชี้หน้าบุคคลตรงหน้า มือของเธอสั่นระริก
เรามีเรื่องต้องคุยกัน...ยาว... แล้วร่างสูงก็ปิดประตูดังปัง ก่อนจะเดินไปยังที่นั่งของคนขับ แล้วออกตัวรถเร็วฉิวเสียจนหญิงสาวแอบกลืนน้ำลายลงคอ
เมื่อถึงที่หน้าอพาร์ตเมนต์คุ้นตา พ่อคุณก็เล่นเบรกซะตัวโก่ง ยังไม่ทันที่เธอจะได้คิดอะไรต่อ ร่างสูงก็เอามือจับต้นแขนเธอเสียแน่น
นี่! เจ็บนะ! นายลืมอะไรไปรึเปล่านายพสุธา ว่า ฉัน-เป็น-น้อง-สาว-ของ-พี่-สะ-ใภ้-นาย หญิงสาวเน้นทีละคำอย่างชัดเจน
ไม่ต้องมาหลบความผิดที่มี ทำไมถึงไปเต้นยั่วผู้ชายกลางผับบาร์อย่างนั้นฮะ
เปล่า เต้นเฉยๆ ต่างหาก พวกนั้นเขามองฉันเอง ญรินดาตอบโดยที่ไม่มองคู่สนทนาแม้แต่น้อย
แล้วเธอก็ยินดีให้เขาดูงั้นสิ!
มันไม่ใช่หน้าที่ หรือไม่ใช่เรื่องที่ฉันจะต้องมาตอบนายเลยนะ นาย-น้อง-ชาย-ของ-พี่-เขย
ทำนิสัยเป็นอีตัวที่ฉันเอามาคั่วไปได้ พสุธาพูดเสียงขึ้นจมูกอย่างกวนๆ แล้วยังไม่ทันที่เขาจะหันมามองร่างบางอีกครั้งเขาก็รู้สึกถึงแรงจุกที่ท้องอย่างแรง พระเจ้า! แม่เจ้าประคุณยกคัชชูคู่สวยถีบเขาอย่างไม่มีเสียงพูดใดๆ! แม่เจ้ามีผู้หญิงที่ไหนเขาทำแบบนี้บ้างเนี่ย!
เธอไม่ลังเลเลยที่จะยกเท้าที่ใส่รองเท้าคัชชูคู่สวยขึ้นถีบคนที่จับแขนเธอแน่น ก็ดูคำด่าว่าของเขาเสียก่อน ถามจริงเหอะ มีคำไหนที่มันไม่เพราะแต่พอฟังได้บ้าง ไม่มี๊! มีแต่ทั้งไม่เพราะ ไม่สุภาพ อีกทั้งยังหยาบคายรวมเข้ากับโคตะระน่าเกลียดจริงๆ ผู้ชายอะไรปากจัดจริง อย่างนี้มันต้องเจอ!
เฮ้ย! นี่เธอ!... พสุธาถลึงตาใส่เจ้าของเรียวขาที่ยังไม่ยอมแม้แต่จะเลื่อนขาลงกลับที่เดิมด้วยซ้ำ
ทำไมเหรอ? ญรินดาถามอย่างกวนๆ บ้าง
ดี แล้วจะได้รู้กันว่าเด็กมหาลัยอย่างฉันมันมีฤทธิ์แค่ไหน!
ชายหนุ่มพูดพร่ำทำเพลง มือหนาลูบไล้ไปยังท่อนขาเรียวที่อยู่ภายใต้กางเกงยาวที่กำลังวางอยู่บนขาของเขาอย่างอุกอาจ พอเธอจะอ้าปากจะประท้วง มือหนาข้างที่จับต้นแขนบางอยู่ก็กระชากดึงเอาร่างบางมานอนอยู่เหนือร่างเขาได้ในทันที
นายจะทำอะไร!
ก็ตอบแทนเธอไง แม่ตัวดี...
ทันใดนั้นมือข้างที่จับต้นแขนบางก็เปลี่ยนเป็นโอบที่เอวบางแทน ในขณะที่อีกมือคว้าเข้าที่ต้นคอระหงก่อนจะดันเข้าหาแล้วประกบริมฝีปากลงไปในทันที
ด้วยความที่ไม่ได้ตั้งตัว ทำให้ริมฝีปากบางเปิดเผยอออกโดยไม่รู้ตัว แล้วชายหนุ่มก็ส่งลิ้นนุ่มเข้าไปสัมผัสความหอมหวานจากริมฝีปากของเธอทันที มือบางพยายามดันคนใต้ร่างให้ห่างออกไปทว่าจะมีแต่เบียดชิดกันมากขึ้น
ชายหนุ่มแทะเล็มริมฝีปากไปทีละน้อย ก่อนจะสอดลิ้นนุ่มเข้าไปเพื่อตักตวงความหอมหวานจากริมฝีปากของหญิงสาว เขาเกี่ยวกระหวัดลิ้นของตนเข้าที่ลิ้นเล็กนุ่มที่พยายามหลบ ทว่าก็ไม่อาจพ้น... ชายหนุ่มรุกเร้าเธออย่างท้าทาย ทว่าก็ร้อนแรงด้วยจนร่างบางบนตัวเขาไม่อาจต้านทานแรงปรารถนาของตนเองได้ ลิ้นเล็กเริ่มยอมรับและตอบสนองเขาอย่างคนไม่ประสีประสาเท่าใดนัก ก่อนชายหนุ่มจะอาสาเป็นฝ่ายสอนและนำเธอ เพื่อให้เธอได้เรียนรู้เอง...
อืม... หญิงสาวครางเสียงเบาในลำคอ ดวงตากลมโตที่เคยกลมโต ตอนนี้ปิดสนิทอย่างเคลิบเคลิ้ม ญรินดารู้สึกเหมือนในสมองของเธอไร้ทิศทางและการควบคุม ทุกการกระทำ ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นเหมือนเป็นไปเองตามธรรมชาติเสียมากกว่า ญรินดาเบียดหนาอกนุ่มเข้าหาแผงอกกว้างอย่างไม่รู้ตัว ก่อนที่จะเลยเถิดไปมากกว่านั้นพสุธาก็ไม่รักล้ำหรือจู่โจมเธอต่อ เขาค่อยๆ ผละริมฝีปากของอย่างเชื่องช้าและอ้อยอิ่ง ก่อนมือหนาที่กดท้ายทอยของเธอไว้จะเปลี่ยนมาประคองเข้าที่ใบหน้าเนียนแทน
เธอจะต้องเป็นของฉัน ญรินดา... ทันทีที่จบประโยค ดวงตากลมโตสีดำเบิกกว้างอย่างตกใจ แต่ก่อนที่เธอจะทันได้คิดอะไร เธอก็รู้สึกถึงแรงมหาศาลที่ดึงเธอออกนอกรถพร้อมกับเขา ก่อนเขาจะล๊อกรถเรียบร้อย แล้วกึ่งลากกึ่งจูงเธอตรงเข้าไปในอพาร์ตเมนต์
บทที่ 4 (ระหว่างเรา...)
เสียงสอดลูกกุญแจเข้าปลดล็อกที่ดังขึ้น ร่างบางสั่นสะท้านอย่างระแวง ศีรษะได้รูปสะบัดส่ายไปมาอย่างขัดขืน ดวงตากลมโตเหลือบมองไปทางร่างสูงด้วยไปหน้าไม่ไว้ใจ
ไม่นะ... นาย... ญรินดาแทบหาเสียงตัวเองไม่เจอ ในหัวของเธอขาวโพลนไปหมด
ทำไม? เกิดกลัวขึ้นมาหรือไง ฉันขอบอกไว้เลยนะว่าถึงฉันจะ เด็ก กว่าเธอ แต่ฉันน่ะไม่ เด็ก อย่างที่เธอคิดหรอกนะ มือหนาที่จับกุมข้อมือบางไว้ เปลี่ยนไปรุนหลังให้เธอเข้ามา
ไม่... ดิน... นายจะทำอะไร
ทันทีที่เขาพาเธอเข้ามาในห้องได้ ยังไม่ทันตั้งตัวเมื่อเสียงประตูปิดลงพร้อมเสียงล็อกร่างบางถูกดันเข้าชิดกำแพง ก่อนริมฝีปากเรียวจะตามลงทาบทับลงบนริมฝีปากบางอย่างหนักหน่วงและรุนแรง
อื้อ... ร่างบางร้องในลำคอ เมื่อรู้สึกถึงริมฝีปากร้อนที่แนบทับลงมา
พสุธาบดเบียดริมฝีปากของตนเองเข้าหาริมฝีปากบางของหญิงสาว ก่อนท่อนแขนแกร่งข้างหนึ่งจะโอบเอาที่เอวบอบบาง แล้วใช้มีอีกข้างดันที่ท้ายทอยอของหญิงสาวเพื่อเธอแนบชิดมากขึ้น ร่างสูงเบียดตัวเองเข้าหาร่างบางมากขึ้นจนสามารถรู้สึกถึงอุณหภูมิของทั้งเขาและเธอที่เริ่มเพิ่มขึ้นสูงไปพร้อมๆ กัน
อืม.... มือบางที่เคยผลักไสกลับรู้สึกคล้อยตามคนตรงหน้า เรี่ยวแรงของเธอหดหายไปอย่างไม่รู้สาเหตุ มือบางทั้งสองข้างโอบเข้าที่ศีรษะของชายหนุ่ม นิ้วเรียวเล็กสอดไปตามกลุ่มเส้นผมสีดำเงางามของเขาอย่างปรารถนา
กว่าเธอจะรู้สึกตัวอีกทีก็มือรู้สึกถึงมือหนาที่สัมผัสเข้ากับหน้าอกอิ่มของเธอที่อยู่ภายใต้ชุดเสื้อเชิ้ต มือหนาปลดกระดุมทีละเม็ดอย่างไม่มีติดขัด ทว่าเธอก็ไม่อาจทัดทานสิ่งใดได้เพราะริมฝีปากบางเรียวยังคงรุกเร้าและตักตวงความหวานนุ่มจากโพรงปากของเธออยู่
หญิงสาวครางเสียงต่ำในลำคอ เมื่อมือหนาที่กำลังกอบกุมหน้าอกอิ่มข้างหนึ่งของเธออยู่นั้น กำลังเคลื่อนไหวอย่างช้าๆ นิ้วเรียวทั้งห้าของเขาออกแรงบีบเบาๆ ที่หน้าอกอิ่มที่เต็มไม้เต็มมือของเขา ก่อนจะออกแรงเฟ้นฟอนอย่างช้าๆ ญรินดาเผลอแอ่นตัวเข้าหาอย่างไม่รู้ตัว
อืม...หวาน... ร่างสูงผละริมฝีปากออกช้าๆ เพื่อเว้นจังหวะให้เธอได้หายใจ เสียงทุ้มต่ำพึมพำเรียกชื่อคนในอ้อมกอดเบาๆ ราวกับคนละเมอ ดวงตาคมมองร่างบางตรงหน้าที่หอบน้อยๆ จากสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ ทว่ามือหนายังมิได้ผละออกจากร่างบางแต่อย่างใด มันยังคงเคลื่อนไหวไปตามอารมณ์ของเจ้าของ
นี่...พะ...พอเถอะ...นะ... เสียงหวานเอ่ยขึ้นอย่างยากลำบาก เมื่อมือหนาที่ครอบครองหน้าอกอิ่มของเธออยู่นั้น ยังคงเคลื่อนไหวเฟ้นฟอนอย่างไม่รู้จักพอ
ทำไม...ไม่ชอบหรือ...หืม? ร่างสูงกระซิบเสียงเบาชิดใบหน้าหวาน
พอเถอะ...นายเป็นน้องพี่เมฆนะ แต่ละคำที่เธอจะพูดก็ติดๆขัดๆ เมื่อมือหนาออกแรงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อีกตั้งท่อนแขนแกร่งยังรั้งเธอเข้าหาให้แนบชิดกันมากกว่าเดิมอีก
ไม่เกี่ยวเลยหวาน นี่มันเป็นเรื่องของเราสองคนต่างหาก
แต่... ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะได้พูดอะไรต่อ ริมฝีปากเรียวก็ถือโอกาสครอบครองริมฝีปากของเธออีกครั้ง ทว่ามันทั้งอ่อนโยนนุ่มนวลกว่าเดิมมากนัก
ริมฝีปากเรียวบดเบียดกับริมฝีปากของเธออย่างช้าๆ ก่อนจะค่อยๆ รุกเร้าอย่างนุ่มนวล ลิ้นอุ่นค่อยๆ สอดเข้าไปในโพรงปากของเธออย่างช้าๆ ไม่ได้จาบจ้วงรุกเร้าอย่างจูบก่อนหน้านี้ ส่วนตัวหญิงสาวเองก็ไม่ขัดขืนแต่ประการใด ยังคงปล่อยให้ลิ้นอุ่นของเขาเกี่ยวกระหวัดกับลิ้นของเธออย่างไม่ทัดทานใดๆ
มือหนาผละมือออกจากการกอบกุมหน้าอกอิ่ม ก่อนจะย้ายไปที่หน้าอกอิ่มอีกข้างของเธอ พสุธาใช้ท่อนขาแกร่งสอดเข้าตรงหว่างขาของเธอ ก่อนจะเสียดสีเบาๆ กับท่อนขาเรียวที่ยังคงอยู่ภายใต้กางเกงผ้า
คิ้วเรียวของหญิงสาวขมวดเข้าหากันเล็กน้อย เมื่อรู้สึกถึงการสัมผัสของชายหนุ่มที่รุกเร้าเธอมากขึ้นกว่าเดิมเรื่อยๆ มือบางยึดไหล่หนาของคนที่เธอว่า เด็ก ไว้แน่น อย่างต้องการที่พึ่ง
ในขณะที่ริมฝีปากเรียวยังคงตักตวงความหอมหวานจากโพรงปากของเธอ มือหนาก็ไม่ได้อยู่นิ่ง มือข้างหนึ่งของเขาไล้ไปตามลำคอระหงเบาๆ ก่อนจะเลื่อนปลายนิ้วลงมาตามฐานลำคอ ความเย็นเยียบจากปลายนิ้วของเขา ทำให้มือบางเกร็งกระชับมากยิ่งขึ้น ชายหนุ่มเว้นจังหวะให้ว่าง เขาแทรกตัวเองเข้าชิดคนให้อ้อมแขนมากขึ้น ท่อนขาแกร่งยกขึ้นลงช้าๆ อย่างเชิญชวน ก่อนชายหนุ่มจะผละริมฝีปากออกอย่างช้าๆ และอ้อยอิ่ง
ศีรษะได้รูปที่มีผมลงมาปรกที่หน้าผากเล็กน้อยนั้น ชุ่มไปด้วยเหงื่อ ญรินดาจำต้องพิงศีรษะของตนกับแผงอกกว้าง เสียงหอบน้อยๆ ของเธอดังเสียงจนเจ้าของแขนแกร่งต้องกระชับแขนที่เปลี่ยนมาโอบเอวนั่นให้แน่นขึ้น เขาหยุดเคลื่อนไหวชั่วขณะ แต่ไม่ได้ผละออกไป
เฮ้อ ร้อนแรงน่าดู แม่สาวใหญ่ของผม สุธาพูดเป็นเชิงหยอกล้อ ก่อนจมูกโด่งจะจรดลงกับขมับของเธอแล้วสูดดมกลิ่นเหงื่อของเธออย่างไม่รังเกียจ
ไม่มีคำตอบจากร่างบางในอ้อมกอดของเขา เขาจึงถอยตัวออกห่างเล็กน้อย แล้วทันทีที่เขาผละออกห่างร่างบางก็ทรุดลงกับพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรงดีที่ว่าเขาคว้าท่อนแขนของเธอไม่ทัน แต่ก็ไม่เร็วพอ ทำให้กลายเป็นว่าเธอนั่งคร่อมลงที่ท่อนขาแกร่งของเขาแทน เม็ดเหงื่อใสๆ เม็ดเล็ก ผุดพราวไปทั่วใบหน้าเนียน ริมฝีปากบางเผยอออกจากกันเล็กน้อยเพื่อช่วยหายใจ
เดี๋ยวก่อนสิ แค่นี้เป็นละ... ชายหนุ่มพูดยังไม่ทันจบประโยค ดวงตาคมก็เบิกโพลงด้วยความตกใจเล็กน้อย เมื่อมือบางทั้งๆ สองข้างของเธอนั้น ได้แนบลงที่แก้มสากทั้งสองข้างของเขาก็จะดึงเข้าหา
พสุธามองไปยังร่างบางในอ้อมกอดอย่างงงๆ แต่ไม่ทันที่เขาจะได้คิดอะไรต่อเขาก็รู้สึกถึงความอ่อนนุ่มและอบอุ่นของริมฝีปากบางที่ทาบทับลงมา ก่อนลิ้นเล็กๆ ของญรินดาจะสอดเข้ามาในโพรงปากของเขาอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว หญิงสาวเกี่ยวกระหวัดลิ้นตัวเองเข้ามากับลิ้นของชายหนุ่ม ก่อนเขาจะเป็นฝ่ายตอบสนองและอาสาเป็นผู้นำแทน
อือ...อืม... ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ที่มือทั้งสองข้างของเธอโอบไปรอบลำคอแกร่ง พร้อมกับรั้งเข้าหา ในขณะเดียวกันชายหนุ่มก็บดริมฝีปากเข้าหาเธออย่างหนักหน่วงมายิ่งขึ้น ลิ้นอุ่นหยอกเย้ากับลิ้นของเธออย่างคนเจ้าเล่ห์
พสุธาไม่ปล่อยให้มือตัวเองว่าง เขาลูบไล้มือไปตามส่วนต่างๆ ของร่างหายเธออย่างเร่าร้อน หญิงสาวที่รู้สึกถึงปลายนิ้วเรียวของชายหนุ่มที่ลากผ่านบริเวณสะโพกสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะทำเป็นไม่สนใจ
อืม... หญิงสาวครางแผ่วเบาในลำคอ เมื่อมือหนาข้างหนึ่งของเขาลูบเบาๆ ที่สะโพกกลมกลึงของเธอ แม้จะมีเสื้อผ้าขวางกั้นอยู่ก็ตาม ก่อนมือหนาจะเปลี่ยนเป็นออกแรงเคล้นเบาๆ ตามอารมณ์ปรารถนาที่เขามีในตอนนี้
ญรินดาขยับตัวเข้าหาชายหนุ่มโดยไม่รู้ตัว แล้วแขนแกร่งอีกข้างก็โอบเข้าที่เอวบ้างรั้งเข้าหาให้แนบชิดกันมากขึ้นกว่าเดิม โดยปราศจากการขัดขืนหรือต่อต้านจากคนในอ้อมกอด ก่อนเขาจะผละริมฝีปากออกห่าง เสียงหอบหายใจของเขาและเธอเป็นจังหวะเดียวกันโดยมิได้นัดหมาย
ไม่มีเสียงออกมาจากคนทั้งคู่ พสุธาผุดลุกขึ้นก่อนจะช้อนตัวของหญิงสาวไว้ในอ้อมแขน ก่อนจะเดินตรงไปยังเตียงกว้าง เมื่อหญิงสาวได้สติขึ้นเล็กน้อยก็เริ่มขยับดิ้นไปมา
ว้าย! จะพาฉันไปไหน!
ไม่มีเสียงตอบจากเจ้าของชื่อแต่อย่างใด
ทันทีที่ถึงเตียง ร่างสูงปล่อยร่างบางลง แล้วไม่ทันที่หญิงสาวจะได้พูดอะไร ร่างสูงโน้มตัวตามลงมาแล้ว
ว่าไง เก่งนักไม่ใช่หรือ หืม? นิ้วเรียวยางเชยปลายคางหญิงสาวขึ้น ก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปหามากยิ่งขึ้น
พอเถอะนะ หยุดแกล้งฉันเสียที ญรินดาเอ่ยอย่างอ้อนแรง ศีรษะเล็กได้รูปก้มลงมองมือตัวเองอย่างคนไม่รู้จะทำอะไร
ไม่
ไม่อะไร! นายจะบอกว่านายจริงจังกันฉันหรือไง! นายมันก็แค่นักศึกษาคนหนึ่ง ฉันรู้นะว่านายแค่อยากเอาชนะฉัน! หญิงแหวขึ้นเมื่อได้รับคำตอบที่ไม่น่าพึงพอใจ
อย่ามาเปลี่ยนเรื่อง
เสียงเรียบที่ตอบกลับมา ยิ่งทำให้ญรินดาสูญเสียความมั่นใจมากขึ้น ดวงตากลมโตสีดำเงยหน้ามองใบหน้าคมตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ พสุธาไม่พูดอะไรต่อ เขาเพียงจดจ้องใบหน้าเนียนตรงหน้าอย่างเต็มตา ก่อนใบหน้าคมจะลดระยะห่างของเธอและเขาในเวลาต่อมา จูบต่อมาไม่มีการเอื้อนเอ่ยคำใดออกมา มีเพียงการพูดกันด้วยภาษากายเท่านั้น...
ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ที่ร่างบางนอนลงที่เตียงนุ่ม แล้วถูกร่างสูงตรงหน้าตรึงไว้ด้วยร่างของเขาเอง ริมฝีปากที่ไม่เคยผละห่างจากริมฝีปากของเธอไม้แต่น้อย มีเพียงการเว้นจังหวะให้ได้หายใจบางครั้งเท่านั้น
มือหนาของเขาปัดป่ายไปตามสัดส่วนเว้าโค้งของหญิงสาวอย่างพึงพอใจ
อื้ม...อือ... เสียงครางแผ่วเบาในลำคอดังพอที่ทำให้ชายหนุ่มรู้ว่าเธอพอใจ
ก่อนมือหนาข้างหนึ่งจะเลื่อนไปที่ชายเสื้อเชิ้ตเนื้อดี นิ้วเรียวยาวรุกล้ำอย่างเชื่องช้าอ่อนโยน เพื่อไม่ให้คนในอ้อมกอดแตกตื่นจนเกินไป ชายหนุ่มเลื่อนฝ่ามือใหญ่ไปตามหน้าท้องแบนราบของหญิงสาวอย่างนุ่มนวล ก่อนจะไล้ไปทางแผ่นหลังเนียนอย่างเป็นธรรมชาติ โดยเขาไม่ได้รุกเร้าจนให้ความรู้สึกจาบจ้วงแต่อย่างใด ก่อนปลายนิ้วเรียวจะไล้สูงขึ้นไปตามแผ่นหลังขึ้นเรื่อยๆ แล้วก็หยุดสงตรงสายผ้าเส้นเล็กที่อยู่บริเวณกลางหลัง
ร่างบางสะดุ้งเล็กน้อย เมื่อรู้สึกถึงสิ่งที่เพิ่งถูกปลดออก เธอรู้สึกถึงความโล่งสบายกว่าเคย มือหนาไม่รอช้าที่จะสัมผัสความอ่อนนุ่มของร่างกายเธอ มือหนาอีกข้างที่ลูบไล้ร่างบางอยู่เปลี่ยนเป็นเท้าลงที่เตียงหนา ในขณะที่มืออีกข้างที่อยู่ในสาบเสื้อนั้นเลื่อนฝ่ามือหนานั้นมาด้านหน้า ก่อนจะสัมผัสเข้าที่หน้าอกอิ่มของหญิงสาวอย่างบางเบา
ตอนนี้เขาได้ปล่อยให้ริมฝีปากบางได้เป็นอิสระแล้ว ใบหน้าคมซุกไซ้อยู่ที่ซอกคอระหง ในขณะที่ใช้ริมฝีปากเรียวนั้นสัมผัสไปตามเนื้อเนียนของเธอด้วย
ญรินดาที่รู้สึกถึงความแข็งแกร่งและมั่นคงที่ส่งผ่านมาทางปลายนิ้วของเขาได้ไม่ยาก ก่อนเธอจะรู้สึกถึงสัมผัสที่หนักแน่นและเพิ่มมากขึ้นในเวลาต่อมา เขาใช้มือกอบกุมหน้าอกอิ่มของเธอเต็มฝ่ามือ ก่อนจะขยับมือเคล้นมันเบาๆ ทว่าเธอกลับรู้สึกเร่าร้อนเสียเหลือเกิน
คนดี... เสียงแหบพร่ากระซิบแผ่วเบาชิดริมหูของเธอ ยิ่งสร้างอารมณ์คล้อยตามให้เธอมากยิ่งขึ้น
ร่างบางแอ่นตัวเข้าหามือหนาโดยไม่รู้ตัว มือบางทั้งสองข้างถูกเจ้าของวางไว้ที่ไหล่หนาของคนข้างบน เธอจิกนิ้วลงบนไหล่ของเขาอย่างหาที่ระบายอารมณ์
พสุธารู้สึกถึงความนุ่มนิ่มและเต็มตึงของสิ่งที่อยู่ในมือของเขา ก่อนเขาจะใช้ปลายนิ้วเขี่ยเล่นที่เม็ดปุ่มเล็กๆ ที่บริเวณหน้าอกของเธอ ยิ่งทำให้ร่างบางรู้สึกเสียวซ่านมากขึ้น เธอกระตุกร่างเบาๆ เมื่อรู้สึกถึงอารมณ์ปรารถนาทั้งของเธอและเขากำลังโหมแรงมากขึ้น
ศีรษะเล็กเงยไปด้านหลังตามอารมณ์ของเธอที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ร่างสูงขยับตามไปติดๆ ไม่ยอมห่างแต่อย่างใด
มะ...ไม่...ไม่ไหวแล้ว...ชะ...ช่วยด้วย... ดวงตากลมโตพร่าเลือนเต็มทน เธอสบตากับดวงตาคมของร่างสูงด้านบน พร้อมกับดวงตาที่สื่อความหายได้อย่างดี คำตอบที่ได้รับกลับมาก็คือรอยยิ้มเล็กๆ ที่มุมปากแทน
เมื่อเขาได้ยินจากปากของเธอเองก็เหมือนยิ่งดึงเขาให้ลงดิ่งสู่ความเป็นชายมากขึ้นทุกที ชายหนุ่มไม่รออะไรให้ช้ามากไปกว่านี้ ร่างสูงผละมือข้างที่กอบกุมทรวงอกของเธออยู่อย่างช้าๆ และอ้อยอิ่ง ก่อนจะใช้มือข้างนั่นถอดกางเกงแสล็คตัวสวยของเธอออกอย่างนุ่มนวล ไม่เร่งรีบแต่อย่างใด ในขณะที่เขาไม่ปล่อยให้มืออีกข้างว่างเลย เขาให้มันปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของเธอจนครบหมดทุดเม็ด ก่อนจะดึงบราลูกไม้ตัวสวยสีแดงสด ที่ดูร้อนแรงต่างจากภายนอกของเธอโดยสิ้นเชิงนั้นออก แล้วปล่อยมันลงกับพื้นห้องอย่างไม่ใส่ใจ
เสียงหอบน้อยๆ ของเธอแสดงถึงอาการเหนื่อยของหญิงสาวที่แสดงออกมาได้อย่างชัดเจน เม็ดเหงื่อเกาะพราวไปทั่วทั้งใบหน้าและเรือนร่างสวยงามของเธอเปรียบเสมือนน้ำหวานของเกสรดอกไม้ ในขณะเดียวกันกลิ่นเหงื่อของเธอก็เปรียบเสมือนกลิ่นน้ำหวานที่ลอยมาลม เชิญชวนให้พีเสื้อเจ้าเล่ห์อย่างเขาเข้าไปดอมดม
ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ที่กางเกงของเธอถูกปลดและรูดลงไปจนสุดปลายเท้า แล้วพสุธาก็จัดการดึงมันออกโยนออกไอย่างไม่กำหนดทิศทางที่แน่นอน แล้วร่างทั้งร่างของเธอก็เหลือเพียงผ้าชิ้นเล็กที่เป็นปราการตัวจิ๋วเหลืออยู่ตัวเดียว พสุธาไม่พลาดที่จะเก็บรายละเอียดเล็กน้อยตรงนั้น อันเดอร์แวร์ที่เธอสวมเป็นสิ่งที่สร้างความแปลกใจกับเขาไม่น้อยที่เธอใส่เป็นแบบจีสตริงลูกไม้สีแดงสด ที่เข้ากับบราชิ้นบนที่เขาเพิ่งปลดไปอย่างแน่นอน
แอบเปรี้ยวรึเนี่ย... ชายหนุ่มพึมพำเบาๆ พร้อมกับหัวเราะไปด้วยเบาๆ ทว่าดูเหมือนกับหญิงสาวตรงหน้าจะไม่รับรู้อะไรแล้ว เธอดันตัวเองให้ลุกขึ้น พร้อมกับโอบแขนเข้าที่รอบคอของเขา แล้วก็ยื่นหน้าเข้ามาหาอย่างยั่วยวน เธอไม่ได้พูดอะไร แต่กลับแลบลิ้นออกจาเลียที่ริมฝีปากบางของตัวเองเล็กน้อย ชายหนุ่มมองการกระทำของคนตรงหน้าพร้อมกลับกลืนน้ำลายอึกใหญ่
นี่เธอไม่รู้รึไงว่าทำแบบนี้มันเหมือนเชิญชวนเขาชัดๆ!
นี่...ทำไมเงียบไปล่ะ เสียงหวานที่พูดช้าๆ ของเธอทำให้เขาได้สติ เขามองคนตรงหน้าอย่างเต็มตา พสุธาเองก็ไม่ใช่คนที่พอมีของโปรดอยู่ตรงหน้าแล้วจะไม่กินเสียด้วยสิ
อุ้ย! หญิงสาวหวีดร้องเบาๆ เมื่อถูกร่างสูงโถมตัวลงมา แล้วเมื่อเธออ้าปากจะต่อว่ากลับถูกริมฝีปากเรียวก้มลงฉกริมฝีปากของเธอไว้ในครอบครองทันที
อื้ม!... เธอตกใจเล็กน้อย แล้วในเวลาต่อมาเธอก็ตอบสนองรสจูบร้อนแรงของเขา เธอเผยอริมฝีปากเพื่อสัมผัสลิ้นอุ่นของเขาให้มากกว่าเดิม
มือทั้งสองข้างของชายหนุ่มเริ่มทำงานอีกครั้ง พสุธาใช้มือหนึ่งไล้ไปตามเอวคอดบางของหญิงสาว ทว่าไม่รุกเร้าอะไร เขาลูบไล้มันไปมาอย่างทะนุถนอม ส่วนอีกมือเขาจัดการให้มันวกไปที่ทรวงอิ่มทั้งสองข้างของเธอ ก่อนเขาจะกอบกุมข้างหนึ่งไว้ในอุ้งมือของเขา แล้วออกแรงเคล้นเบาๆ เหมือนเพิ่งเปิดฟลอร์เท่านั้น
อือ...อืม.... เสียงครางของหญิงสาวดังออกมาไม่ขาดสาย ไม่นานนักชายหนุ่มก็ผละริมฝีปากออกมาจากริมฝีปากบางอย่างอ้อยอิ่ง
ริมฝีปากเรียวกดสัมผัสไปตามแก้มเนียนใส วกกลับขึ้นไปที่หน้าผากเนียน ก่อนจะไล่จูบลงมาตามลำคอระหงที่ชุ่มเหงื่อเล็กน้อย ก่อนจะมาหยุดตรงทรวงอกอิ่มที่เคลื่อนไหวขึ้นลงตามการหายใจของเธอ
ดิน...ดิน.... หญิงสาวร้องเรียกชื่อเล่นของชายหนุ่มราวกับคนละเมอ
ชายหนุ่มเงยหน้ามองเจ้าของใบหน้าเนียนใสเล็กน้อย ก่อนจะกลับมาให้ความสนใจกับสิ่งตรงหน้าอย่างเดิม เขามองทรวงอกอิ่มข้างหนึ่งที่เขากำลังกอบกุมอยู่อย่างหลงใหล ตอนแรกที่เขาสัมผัสเขารู้สึกได้ว่ามันเต็มไม้เต็มมือเขาก็จริง แต่ยิ่งเมื่อเขาได้มีโอกาสเห็นจริงๆ แล้วราวกับว่ามือของเขาดูเหมือนจะไม่ใหญ่พอที่จะครอบครองมัน
อ๊ะ...อะ...อ๊า.... ร่างบางแอ่นตัวขึ้นสูง เมื่อรู้สึกถึงความอ่อนนุ่มชุ่มชื้นที่สัมผัสตัวเธออยู่
ชายหนุ่มเผยอริมฝีปากให้ออกห่างเล็กน้อย ก่อนจะใช้ลิ้นนุ่มไล้เลียที่ปลายยอดของทรวงอกอิ่มของเธอเบาๆ ก่อนจะดูดเม้มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ แล้วเขาก็อ้าริมฝีปากปากขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะครอบครองเม็ดปุ่มสีชมพูไว้ในอุ้งปาก ก่อนจะรัวลิ้นเร็วขึ้นตามอารมณ์ปรารถนาที่เริ่มโหมกระหน่ำอีกครั้ง
มือหนาที่ไล้อยู่ตามเอวคอดเริ่มเคลื่อนไปที่ขอบเอวปราการชิ้นล่างของเธอ ก่อนเขาจะค่อยๆ เลื่อนนิ้วเรียวยาวทั้งห้าเข้าไปช้าๆ ชายหนุ่มลูบไล้เนินเนื้อความเป็นหญิงของเธออย่างเชื่องช้าและนุ่มนวลเพราะไม่ต้องการให้เธอตกใจ
อ๊ะ...อือ... หญิงสาวครางแผ่วเบา เมื่อรู้สึกถึงสัมผัสของร่างสูงข้างบน แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธสัมผัสนั้นแต่อย่างใด แถมยังพึงพอใจเสียอีก
พสุธาไม่รีบร้อน เขาค่อยๆ ลูบไล้เนินเนื้อของเธออย่างอ่อนโยน ไม่พยายามรุกล้ำเธอมากจนเกินไป ดวงตาคมช้อนตาขึ้นมองใบหน้าเนียนที่บัดนี้ชุ่มไปด้วยเหงื่อ แต่ก็ไม่ได้ผละริมฝีปากออกจากทรวงอกของเธอแต่อย่างใด
ช่วยที...ดิน.... เสียงขอร้องหวานใสของเธอเชิญชวนเขาเข้าไปหา ซึ่งชายหนุ่มก็ไม่รอช้า เขาเลื่อนนิ้วเรียวไปตามเนินเนื้อความเป็นหญิงซึ่งอยู่กึ่งกลางร่างกายของเธอ ยิ่งเขาเข้าไปใกล้มากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งรู้สึกถึงแรงหอบที่รุนแรงขึ้นของเจ้าของทรวงอกอิ่มที่เขากำลังครอบครองอยู่
นิ้วเรียวเลื่อนลงต่ำไปตามเนินเนื้อของหญิงสาว เขารู้สึกถึงความเปียกชื้นน้อยๆ ซึ่งเกิดขึ้นตามธรรมชาติของร่างกายผู้หญิง ก่อนเขาลูบไล้เบาๆ ที่กลีบกุหลาบชุ่มชื้น
อ๊ะ ร่างบางกระตุกเมื่อเธอเริ่มรู้สึกถึงสัมผัสของเขาที่เริ่มรุกล้ำเธอมากขึ้น
เขาไม่รอจังหวะให้เธอได้พัก นิ้วเรียวกรีดลงไปตามร่องทางของเนินเนื้องามของเธอ แล้วเขาก็ทำแบบนั้นซ้ำไปซ้ำมาจนร่างบางเริ่มชิน แล้วเขาก็ผละริมฝีปากออกจากทรวงอกอิ่ม
หวาน... เราย้อนเวลากลับไปไม่ได้แล้วนะ |